ความสุขที่หายไป


             เรื่องราวชีวิตผมมันยาวเพ้.. แต่ผมจะเล่าเท่าที่ผมระลึกได้ละกัน   เรื่องตอนแรกมันเริ่มจาก   ร้านอาหารกึ่งคาราโอเกะหยอดเหรียญก็ว่าได้ ผมและครอบครัวก็อาศัยกันอยู่ดีๆ   พร้อมหน้าพร้อมตา พี่ๆ น้องๆ แม่ พ่อ ครบหล่ะครับ    ครอบครัวของผมก็อยู่ย่าน   มหาวิทยาลัยมีชื่อแถวศาลายา หล่ะครับ ทุกค่ำคืน ผมและพี่น้องของผม เราก็ถูกขับกล่อมด้วยเสียงเพลง จากร้านอาหารที่ว่าข้างต้นหล่ะครับ มันเป็นเสียงที่ผมเองก็ไม่รู้หลอกครับว่า  ไพเราะหรือป่าว มันกรอกหูพวกผมทุกคืน ตลอดมา   จนวันหนึ่ง ผมได้มีครอบครัวใหม่และ ต้องย้ายถิ่นฐาน
                                  
             เนี้ย...คือครั้งแรกที่ความสุขของผมมันหายไป แต่เวลาทำให้ผมเรียนรู้ว่า การย้ายถิ่นฐานครั้งนี้  มันไม่ได้หมายความว่า  ผมจะไม่มีความสุขอะไรเลย  ผมกับได้เรียนรู้ความรักจาก คนรอบข้างที่มีให้ผมอีกมากมาย และได้รับความอบอุ่นมากมาย จากบ้านหลังใหม่ ได้ท่องเที่ยวไปหลายแหล่ง ที่ครอบครัวผมจะพาไป แต่การท่องเที่ยวและเรียนรู้จากสังคม มันก็ทำร้ายความสุขของผมอีกครั้ง                         
            
             เมื่อไม่นานมาครอบครัวผม  ได้พากันไปพักผ่อนที่ชายทะเล  ครอบครัวผมพูดกรอกหูผม  ตลอดการเดินทางไปสู่ท้องทะเล พูดถึงทราย คลื่น กับท้องฟ้าสีคราม  สายลมและแสงแดด  ผมก็นึกภาพไม่ออกหรอกนะ เพราะในชีวิตผม  ไม่เคยรู้จักสิ่งเหล่านั้นเลย ตื่นเต้นและอยากเรียนรู้มันมาก ใช้เวลาไม่นานครอบครัวผมก็เดินทางไปถึง แต่ เราไปถึงตอนค่ำแล้วจึงเข้าที่พักในค่ำคืนที่เงียบ ที่พักเป็นบ้านสองชั้นทุกอย่างแบ่งเป็นสัดส่วน ตามสไตส์ บ้านพักต่างอากาศของชนชั้นกลาง น่าพักด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น ริมชายหาด... ผมนอนพักด้วยใจที่รอ อยากเห็น  สิ่งที่ครอบครัว พูดมาตลอดเส้นทาง  พระอาทิตย์พ้นขอบฟ้า ครอบครัวของผมก็ พาผมไปสัมผัส สิ่งที่บอกเล่ากรอกหูผมมา โอ้...ไม่หน่าเชื่อ เม็ดทราย... ผมสบายตัวมากเมื่อเม็ดทรายละเอียด เบียดเสียดสีกับผิวกายของผม ลมพัดสบาย สายตาผมมองไปท้องทะเลกว้างจนสุด ไม่เจอขอบกั้นเลย ผมวิ่งได้อย่างอิสระ   เจอเพื่อนต่างแดน ประมาณเจ้าถิ่น เราเป็นมิตรกันอย่างดี เล่นกันเช้าเย็น ความสุขของผม ในสถานที่ชายหาดโล่งแบบนี้ สวรรค์ของผมเลย  ครอบครัวผมมีแผนว่า  จะอยู่พักกันสามคืนสี่วัน มันคือความสุขของผมแน่ๆ  ตกบ่ายครอบครัวผมเข้าไปที่พักหลบแดดที่ร้อนจัด 
            พระเจ้า... ผมได้ยินครอบครัวปรึกษากัน เกี่ยวกับเรื่องของผม สุดท้ายครอบครัวผมได้ตัดสินใจเก็บของกลับกันใน เย็นวันนั้น ความสุขผมหายไปอีกครั้ง เพียงเพราะผมเป็น "หมา" 
   
            แต่ผมก็รักครอบครัวของผม   เพราะครอบครัวเลือกที่จะไม่ทิ้งผม ให้อยู่ในห้องเล็กๆ  ที่คนดูแลบ้านพักแนะนำ  เพียงเพราะผมเป็น "หมา"  ความสุขจึงหายไป

Leave a Reply